Cannes, Creative, Scam
ส่งงานไป Cannes ใครได้ ใครเสีย
ปีนี้มีคนส่งงานไป Cannes รวม 22,000 ชิ้น เฉลี่ยแล้วตกประมาณชิ้นละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 400,000,000 บาท
ค่าเข้างานคนละ 100,000 บาท มีคนเข้าไป 8,000 คน เท่ากับ 800,000,000 บาท
โรงแรมทั้งหมดต้องจองผ่าน Cannes
ตัวอย่างเช่นโรงแรมที่ผมพักเป็นโรงแรมเล็กๆธรรมดา จากราคาปกติ 5,000 บาทต่อคืน แต่เมื่อจองผ่าน Cannes จะเป็น 9,000 บาทต่อคืน ถ้าเป็นโรงแรมที่เห็นทะเลก็จะไม่ต่ำกว่าห้องละ 40,000 บาทต่อคืน
ถ้าคุณได้รางวัล คุณจะได้สิงโตโลหะ 1 ตัว ถ้าคุณอยากได้เพิ่มคุณต้องจ่ายตัวละประมาณ 4 – 5 หมื่นบาท
แล้วใครจะได้อะไรบ้างจากตรงนี้
ลูกค้า
สำหรับประเทศไทย ลูกค้าจะได้ชื่อเสียงในวงที่แคบมากและในระยะเวลาที่สั้นมากด้วย งานที่ได้รางวัลไม่จำเป็นว่าต้องเป็นงานที่ประสบความสำเร็จในประเทศไทยเสมอไป เพราะมันเป็นงานที่โดนตัดสินโดยกรรมการที่มาจากทั่วโลกประมาณ 20 คน
เอเยนซี่จะได้อะไร
ถ้าเป็นเครือบริษัท International บริษัทแม่จะได้ชื่อเสียงมากกว่าบริษัทลูก เพราะปริมาณรางวัลจะเป็นส่วนประกอบในการตีค่าของบริษัทนั้นในตลาดหุ้น
เอเยนซี่ในประเทศไทยก็จะได้ชื่อเสียงในหมู่วงครีเอทีฟ ส่วนมากจะไม่กระจายไปถึงลูกค้า พูดง่ายๆว่าลูกค้าจะไม่มาหาคุณเพียงเพราะว่าคุณได้รางวัล Cannes
สำหรับครีเอทีฟ พวกเขาจะได้ชื่อเสียง, ความภูมิใจ, และ อาจโดนซื้อตัว
สรุปได้ว่าคนที่ควรจะได้รางวัล Cannes ที่ใหญ่ที่สุดคือประเทศฝรั่งเศส ที่ฉลาดมากในการหาเงินบน Ego ของครีเอทีฟทั่วโลก ซึ่งได้เป็นพันล้านภายในอาทิตย์เดียว
เป็นงานที่ทำให้ Ego ของครีเอทีฟเบิกบาน ความยากกระจาย ทุกคนอยากไปงานนี้กันหมด เมื่อเวลาเห็นครีเอทีฟนานาชาติจากทั่วโลกเดินอยู่ที่ Cannes กันเต็มไปหมด ผมคิดว่าไม่ต่างอะไรจากเวลาที่เห็นคุณหญิงคุณนายที่เข้าแถวซื้อ Louis Vuitton มันเหมือนกันตรงที่พอซื้อได้ Ego ก็เบิกบาน ส่วนคนที่ยังไม่ได้ก็อยากได้ต่อไป คนที่ได้แล้วก็ยังอยากจะได้อีก แล้วเจ้าของ Louis Vuitton ก็รวยวันรวยคืน
อย่าเข้าใจผิดนะครับ ผมไม่ได้ต่อต้านการมี Ego เพราะมันเป็นตัวขับเคลื่อนวงการของเรา คือถ้าไม่มี Ego แล้วก็คงไม่มีใครทะเยอทะยานอยากทำงานที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และผมก็ไม่ได้ต่อต้าน Cannes เพราะเราก็ส่งไปและได้รางวัลมาเหมือนกัน (Ego ของผมกระซิบให้บอกครับ)
เพราะฉะนั้นเราควรร่วมงานประเภท Cannes อย่างรู้ตัว คือ อย่าลืมว่าเขากำลังหางินบน Ego ของเรา เราก็ควรจะทำแค่พอหอมปากหอมคอ และพยายามเรียนรู้จากเขาให้มากที่สุด โดยเสียเงินให้เค้าน้อยที่สุด คือถ้าเรารู้ตัว เมื่อไม่ได้รางวัลก็จะไม่เสียใจ
แต่ถ้าเราทำโดยไม่รู้ตัว กิเลสมันจะทำให้เราอยากได้รางวัล จนกระทั่งเราต้องทำ Ad ปลอมเพื่อส่งประกวด หรือที่เรียกกันว่า “SCAM”
ถึงจุดนี้เราต้องเสียเงินผลิตโฆษณาเหล่านี้กันเองเพราะไม่ใช่ลูกค้าจริง ผมบอกได้เลยว่า ค่าผลิต, ค่ารีทัช, ค่าพิมพ์, ค่าส่ง เฉพาะประเทศเราเป็นเงินกว่าหลายล้านบาท หวังว่าวันหนึ่งคงจะไม่ถึงจุดที่เราลืมกันไปว่าอาชีพของเราคือการทำโฆษณาให้คนไทยดูเพื่อให้ Brand ของลูกค้ามีค่าและมี Market share มากขึ้น
ผมขอสรุปด้วยคำพูดของคนคนหนึ่งที่มักจะเกี่ยวข้องกับงานที่ได้ทั้งรางวัลและงานที่ทำให้ Brand มีคุณค่ามากขึ้น นั่นคือคำพูดของคุณมั่ม (คุณสุธน เพ็ชรสุวรรณ) เค้าเคยพูดว่า “มันจะเป็นการดูถูกฝีมือผมเกินไป ถ้าผมจะทำงานแค่ให้กรรมการต่างชาติ 10 -20 คนพอใจ แต่งานของผมจะต้องทำให้คนไทยเป็นสิบๆล้านคนพูดถึง”
