รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) ครั้งที่ 18 ประจำปี 2562 ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค 4.0 ด้วยนวัตกรรม ยกระดับการแข่งขันสู่ระดับสากล


สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในฐานะสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ จัดพิธีมอบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ครั้งที่ 18 ประจำปี 2562 พบ 13 องค์กรไทยคุณภาพ ทั้งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ในภาคการศึกษา สาธารณสุข บริการ และภาคอุตสาหกรรม คว้ารางวัลคุณภาพแห่งชาติ, รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านลูกค้า บุคลากร การปฏิบัติการ หรือนวัตกรรม และรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค 4.0 ด้วยนวัตกรรม ยกระดับการแข่งขันสู่ระดับสากล



รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) ถือเป็นรางวัลระดับโลก (World Class) เนื่องจากมีพื้นฐานทางด้านเทคนิค และกระบวนการตัดสินรางวัลเช่นเดียวกับรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ The Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) ซึ่งเป็นต้นแบบรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่ประเทศต่างๆ กว่า 90 ประเทศทั่วโลกนำไปประยุกต์ นอกจากนี้เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ เป็นบรรทัดฐานสำหรับการประเมินตนเองขององค์กร ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้กับองค์กรทุกประเภท และทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ หรือภาคเอกชน ดังนั้นรางวัลคุณภาพแห่งชาติ จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กร ส่งผลให้เกิดการส่งมอบคุณค่าที่ดีขึ้นเสมอให้แก่ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งจะส่งผลต่อความยั่งยืนขององค์กร และการปรับปรุงประสิทธิผลและขีดความสามารถขององค์กรโดยรวม รวมทั้งการเรียนรู้ขององค์กรและของแต่ละบุคคล


นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานคณะกรรมการรางวัลคุณภาพแห่งชาติเปิดเผยว่า รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) จัดตั้งขึ้นเพื่อผลักดันให้ทุกองค์กรที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มีการปรับปรุงอย่างก้าวกระโดด พัฒนาศักยภาพระบบการบริหารจัดการให้มีมาตรฐาน สามารถมองเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สำหรับองค์กรที่ได้รับรางวัล ในปี 2562 จำนวนทั้งสิ้น 13 องค์กร ประกอบด้วย



รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award : TQA) จำนวน 2 องค์กร ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกลุ่มบริษัททรู   
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ทั้งนี้ทั้ง 2 องค์กรที่ได้รับรางวัล โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการขอรับการประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ และแสดงให้เห็นถึงถึงความเป็นผู้นำในธุรกิจ และที่สำคัญรางวัลคุณภาพแห่งชาติที่มอบให้องค์กรยังเป็นเครื่องเชิดชูเกียรติที่แสดงให้เห็นว่าทั้ง 2 องค์กรมีกระบวนการบริหารที่มีความสมดุลครบทุกด้านอยู่ในระดับสากล มีระบบการนำองค์กร มีการวางแผนกลยุทธ์ มีการดูแลลูกค้า พนักงาน ระบบงาน มีผลการดำเนินงานที่ดีจากการดำเนินธุรกิจ


รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ มีความโดดเด่นด้านการปฏิบัติการ หรือ Thailand Quality Class Plus: Operation 3 องค์กรได้แก่

  1. กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ฟีนอล บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
  2. ธนาคารออมสิน
  3. บริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่น จำกัด


รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ Thailand Quality Class ทั้ง 8 องค์กร ได้แก่

  1. การประปานครหลวง
  2. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  3. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  4. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  5. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
  6. มหาวิทยาลัยมหิดล
  7. โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ
  8. ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ : บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)


ทั้งนี้การได้รับรางวัล ไม่ว่าจะเป็น รางวัลคุณภาพแห่งชาติ รางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่ความโดดเด่นในด้านต่างๆ หรือรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ เป็นเครื่องยืนยันว่า ทุกองค์กร มีแนวทางการบริหารจัดการองค์กรที่เป็นมาตรฐานสากล และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่องค์กรอื่น นำไปประยุกต์เป็นแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศ


จากการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 18 ปี รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ได้ทำหน้าที่เป็นกลไกที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนผลิตภาพ โดยเป็นเครื่องมือที่จะสร้าง และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ จากการศึกษาวิจัยองค์กรที่ได้รับรางวัลในแต่ละปี พบผลลัพธ์ที่ส่งผลเชิงบวกต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ ระดับผลิตภาพ (Productivity) ขององค์กร ,สมรรถนะขององค์กรด้านผลิตภาพค่าจ้างแรงงาน (Wage Productivity) และมูลค่าเพิ่มต่อยอดขาย (Value Added to Sales), การเพิ่มขึ้นของจำนวนนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเป็นปัจจัยที่สามารถส่งผลต่อผลิตภาพปัจจัยการผลิตรวม หรือ TFP (Total Factor Productivity)  นอกจากนี้ยังส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการบริหารจัดการของผู้บริหาร และบุคลากรในองค์กร ซึ่งหากองค์กรในประเทศมีการดำเนินการในทิศทางเดียวกันย่อมส่งผลบวกต่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ อย่างไรก็ดีการเสริมสร้างผลิตภาพ (Productivity) ของแต่ละองค์กร และระดับประเทศ จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถ และยกระดับการแข่งขันของประเทศไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนอย่างแน่นอน


แหล่งข่าว

ธนิษฐา วิทยานนท์

[email protected]